สรุปแนวโน้มดิจิทัลล่าสุด จากงานเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X

Keyword:     Apple  Digital Trend  iPhone  iPhone 8  iPhone X  Keynote 
สรุปแนวโน้มดิจิทัลล่าสุด จากงานเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X

วันที่สาวกไอโฟนก็มาถึงจนได้กับการเปิดตัวสินค้าใหม่จาก Apple ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในสินค้าใหม่ หลายตัวก็จะต้องมีเจ้า iPhone ตัวใหม่ อย่าง iPhone 8 และ iPhone X  ตามมาในงานเปิดตัวครั้งนี้ด้วย ทางโค้ชเองก็มีโอกาสได้รับชม การถ่ายทอดสดทาง Live การเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย
 
หลายคนคงพอได้ยินข่าวกับมาพอสมควรเกี่ยวกับเจ้า iPhone 8 และ iPhone X (หรือไอโฟน 10) สเปคก็ไม่ได้หลุดไปจากกระแสข่าวมากนั้นเว้นแต่รายละเอียดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใส่แบบจัดหนักจัดเต็มลงมาแบบแทบจะทำให้ iPhone 8 และ iPhone ​X ล้ำหน้าคอมพิวเตอร์ไปไกลเลย อย่างไรก็ตามความหน้าสนใจของงานเปิดตัว สินค้าใหม่ในเดือน กันยายน 2560 ความน่าสนใจที่ทางสกิลทรี (ประเทศไทย) อยากจะหยิบยกขึ้นมา นำเสนอในมุมมองของดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานและประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือธุรกิจดิได้

 


ความน่าสนใจของการเปิดตัวสินค้าใหม่ Apple อย่าง Apple Watch และ Apple TV 4K ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กับ iPhone 8 และ iPhone X เลย เมื่อสังเกตุเทรนด์หรือแนวนโน้ม อุปกรณ์เทคโนโลยีให้ลึกลงไปอีกหน่อยจะพบความน่าสนใจอีกมากมาย โดยโค้ชได้สรุปมาฝากทุกท่าน ดังนี้
 

แนวโน้มเทคโนโลยีดิจิทัล

 

1. โลกแห่งความคมชัดยิ่งกว่า HD

แม้ว่าความพยายามทำให้หน้าจอของอุปกรณ์อย่าง TV มีความละเอียดคมชัดสูงขึ้นเป็นมาอย่างต่อเนื่อง แต่การที่ Apple ยอมที่จะนำ OLED มาใช้บนอุปกรณ์อย่าง iPhone 8 และ iPhone X แถมยังทำให้ความละเอียดสูงขึ้นกว่าจอ OLED ทั่วไป แบบที่ตั้งชื่อเรียนกว่า Super Retina Display เป็นการตอกย้ำถึงแนวโน้มที่เลี่ยงไม่ได้เลย ที่ในอนาคตอุปกรณ์สมาร์ทโฟนขนาดเล็กจะมีความละเอียดสูงมากแบบที่ตามนุษย์เองก็จะแทบแยกไม่ออกกว่า
 
เรื่องนี้มันส่งผลต่อโลกธุรกิจตรงที่ว่า การผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการตลาด การโฆษณา หรือแม้กระทั่งการออกแบบ Application และเว็บไซต์เองก็ต้องรองรับอุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูงมากๆ อย่าง Super Retina Display อาจเรียกได้ว่าความละเอียดระดับ 4K เป็นแนวโน้มของมาตรฐานใหม่ของอุปกรณ์แสดงผลทั้งหลาย


 

2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่อยู่แค่ในซอร์ฟแวร์อีกต่อไป

 
เชื่อเหลือเกินว่ากระแสของปัญญาประดิษฐ์หรือที่มักจะคุ้นหูกันว่า AI ในโลกยุคหลังๆ มานี่ กลายเป็นกระแสมาแรงมากไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันเกมส์ การทหารระดับโลก หรือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบ Big Data เจ้าตัว AI ก็เข้ามามีบทบาทมาก โดยส่วนใหญ่ การสร้างปัญญประดิษฐ์นั้นมันเป็นการพูดถึงการสร้างระบบซอร์ฟแวร์ที่มีความชาญฉลาด แต่ในอนาคตความสามารถเหล่านี้มันกลายเป็นสิ่งที่ถูกบรรจุเข้ามารวมกับตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อย่าง CPU ของเจ้าตัว iPhone X ที่ได้ใส่หน่วยประมวลผลตัวใหม่อย่าง A11 Bionic  ก็ได้แสดงให้เห็นถึงยุคอนาคต ที่ปัญญาประดิษฐ์จะไม่อยู่แต่ในซอร์ฟแวร์อีกต่อไป
 
ความสามารถของหน่วยประมวลผลจะไม่ได้มีไว้แค่คำนวนพื้นฐานอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสมองที่มีการเรียนรู้การพัฒนาตัวเอง และรวมไปถึงการเลียนแบบความสามารถในการวิเคราะห์ที่ซับซ้อนแบบมนุษย์


 

3. โลกเสมือนจริงเข้าใกล้เรายิ่งขึ้น

โลกเสมือนจริง (Augmented Reality) ถูกนำมาสร้างเป็นเกมส์ชื่อดังอย่างโปเกม่อน ทำให้โลกนี้ได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยี AR มากยิ่งขึ้น เมื่อคนเราได้สัมผัสถึงความเป็นไปได้ และการนำใช้งานเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ มันจึงเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเข้าไปทุกขณะ
 
ทาง Apple เองก็ได้หยิบเอาเทคโนโลยีตัวนี้มาเป็นจุดเด่นของ iPhone แห่งอนาคตด้วยเช่นกัน เป็นการตอกย้ำแนวโน้มของการนำโลกเสมือนจริงของมาใกล้ผู้ใช้งานทั่วไปมากยิ่งขึ้น เมื่อรวมความสามารถของ AI ที่ Apple ได้บรรจุใส่มาแล้วยิ่งทำให้โลกเสมือนจริง ยิ่งเข้าสู่ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นแบบที่ต้องร้องว้าว


 

4. ก้าวข้ามสู่ความปลอดภัยล้ำสมัย

ภาพยนต์ในสมัยก่อนได้จินตนาการถึงระบบการรักษาความปลอดภัยไว้อย่างน่าเหลือเชื่อ อย่างการสแกนลายนิ้วมือ การแสกนใบหน้า การสแกนม่านตา หรือแม้แต่การสแกน DNA  แต่เรื่องน่าเหลือเชื่อเหล่านั้นมันถูกทำให้เป็นจริงมาเรื่อยๆ ในยุค iPhone 5 การสแกนลายนิ้วมือก็เริ่มถูกนำมาใช้ จนมาถึง ​iPhone X โลกก็ได้พบกับเทคโนโลยีการสแกนใบหน้าที่ถูกนำมาบรรจุไว้ในอุปกรณ์สมาร์ทโฟน โดยการผสานตัวอุปกรณ์หลายชนิดไว้ด้านหน้าตัวเครื่องทำให้เกิดสิ่งที่ Apple เรียกว่า Full Depth Camera เชื่อได้ว่ามันก็จะกลายเป็นการก้าวข้าวสู่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสู่ความปลอดภัยอีกระดับ
 
ทั้งนี้ทาง Apple เคลมว่าเทคโนโลยีแสกนใบหน้านั้นมีความปลอดภัยสูงกว่า การสแกนลายนิ้วมือ โดยที่ Apple บอกว่าการสแกนใบหน้ามีโอกาสที่จะมีใบหน้าที่ซ้ำกันเพียง 1 ใน 1,000,000 จากแต่เดิมการสแกนลายนิ้วมือมีโอกาสที่จะมีซ้ำกันที่ 1 ใน 50,000


 

5. โลกแห่ง IoT ไปได้ไกลกว่า

อุปกรณ์ดิจิทัลแบบส่วมใส่ได้นั้นเป็นที่กล่าวขานถึงมานานพอสมควร แต่ด้วยความยุ่งยากและขนาดของอุปกรณ์ที่ผลิตออกมานั้นมันไม่สะดวกต่อการสวมใส่อย่างจริงจัง จึงทำให้อุปกรณ์ดิจิทัลแบบส่วมใส่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ยกเว้นแต่เจ้า Apple Watch ที่ยังคงสร้างความหือฮาได้อยู่ตลอดๆ ไม่เว้นแม้แต่ Apple Watch ซีรีย์ 3 ที่เปิดตัวในงานครั้งนี้ด้วย
 
ความสามารถที่ถูกใส่เข้ามาเพิ่มทำให้เจ้านาฬิกาอัจฉริยะตัวนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกขั้นก็คือความสามารถของการโทรและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดย ไม่ต้องเชื่อมต่อกับ iPhone อีกต่อไป และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือระบบของ Cellular แบบเฉพาะของ Apple Watch ทำให้เบอร์ที่ใช้นั้นเป็นเบอร์เดียวกันกับ iPhone อีกด้วย หากคุณอยู่หากจากเจ้า iPhone แล้วล่ะก็คุณก็ยังสามารถรับสายและพูดคุยผ่านทาง Apple Watch ได้เลยในทันที
 


 

โดยส่วนตัวของโค้ชเองแล้วจะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ iPhone 8 และ iPhone X มีเพิ่มเข้ามาจนอยากจะควักกระเป๋าจ่ายเงินที่เยอะพอตัวเลย เพื่อจับจองเป็นเจ้าของมัน แต่เมื่อพิจารณาถึงความสามารถและเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ที่ทาง Apple ได้นำมาใส่ไว้ในสินค้านั้น จะทำให้เห็นได้ว่าแนวโน้มของโลกดิจิทัลยุคใหม่กำลังเดินหน้าสู่ความล้ำสมัยยิ่งขึ้นจริงๆ

 

ราคา iPhone รุ่นต่างๆ

ราคาเปิดตัวที่อเมริกามีดังรูปด้านล่าง สำหรับราคาจริงที่ขายในไทยคงต้องอดใจรอกันอีกหน่อย แต่ที่แน่ๆ เงินในกระเป๋าคงรู้สึกสั่นๆ กันเป็นแถว