3 สุดยอดปลั๊กอินช่วยเสกเพจดั่งใจบน WordPress

3 สุดยอดปลั๊กอินช่วยเสกเพจดั่งใจบน WordPress

หลายต่อหลายครั้งโค้ชมักจะได้รับคำถามจากผู้เข้าอบรม ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress หรือการสร้างร้านค้าออนไลน์ E-Commerce ด้วย WordPress ว่าจะสามารถจัดวาง Layout หรือปรับเปลี่ยนการแสดงผลบนหน้าต่างๆ นอกเหนือจากการเขียนเนื้อหาและรูปภาพตามปกติบน Text Editor ได้อย่างไร ถ้าตอบแบบง่ายๆ ก็ต้องบอกเลยว่าทำไม่ได้นอกจากเขียนโปรแกรมแก้โค้ด ซึ่งวิธีการนี้ก็ทำได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแต่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลย 

ทุกคนก็จะแอบสิ้นหวังทำ น่าตาอิจโรยเหมือนโลกนี้ช่างยากเหลือเกิน ไหนบอกว่าทำเว็บได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดไงล่ะ? 

โค้ดก็ไม่ได้โกหกนะ การช่างเว็บพื้นฐานก็ทำได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เพราะจริงๆ แล้วคนอื่นเขาเขียนมาให้เราเลือกใช้แล้ว แต่...ปัญหานี้ไม่ใช่เราคนแรกแน่ๆ ที่วาดฝันอยากจัดวางอะไรไว้ตรงไหนก็ได้บนหน้าเว็บ และเมื่อเราไม่ใช่คนแรกที่รู้สึกแบบนี้ นักพัฒนาหลายคนหลายกลุ่มจึงไม่ปล่อยให้เราหมดหวังไปซะทีเดียว จึงมีผู้พัฒนาเครื่องมือจำนวนหนึ่งมาให้เราเลือกใช้งานทั้งในรูปแบบเสียเงินและไม่เสียเงิน ทั้งนี้ความสามารถของเครื่องมือส่วนเสริมแต่ละตัวที่มีอยู่ก็แตกต่างกันไป ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดานะครับ ของที่เสียเงินมันย่อมความสามารถสูงกว่าเป็นธรรมดา แต่โค้ชก็ไม่ได้บอกว่าของฟรีไม่ดีนะครับ

มาถึงจุดนี้หลายคนเริ่มยิ้มได้ เพราะอย่างน้อยมันต้องมีหนทาง ถ้าเป็นมือใหม่ก็คงจะสับสนงงงวยเล็กน้อยว่าไอ้เจ้าเครื่องมือมี่กำลังพูดถึงนี้มันจะมีหน้าตาและการทำงานอย่างไร มาลองนึกภาพตามง่ายๆ กันแบบนี้ดีกว่าครับ
สมมติว่าเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นมาจากธีมฟรีหรือเสียเงินทั้งหลายแล้วเป็นคอนโดห้องนึง หากเราเลือกซื้อคอนโดที่พร้อมอยู่แต่งครบมีแต่ตัว (ไม่ต้องมีเสื้อผ้า!!) ก็เข้าอยู่ได้เลย ธีมก็เหมือนการตงแต่งที่เจ้าของโครงการเขาสร้างมาไว้ให้มีให้เลือกบ้างเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่เจ้าของเขาจัดเตรียมไว้ให้ เราก็ถูกใจในระดับนึงแระเราก็เลยตัดสินใจซื้อคอนโดห้องนั้น

พอเข้าอยู่ได้สักพัก หรือบางคนยังไม่ได้ทันจะย้ายเข้ามาอยู่ด้วยซ้ำ แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดปิ๊งไอเดียใหม่ อยากเพิ่มโน้นนิด เพิ่มนี่หน่อย แล้วก็มโนไปต่างๆ นานาว่าคอนโดนมันจะต้องสวยขึ้น ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ที่คิดมันดีจริงหรือเปล่าหลายคนนึกขึ้นมาได้ว่ามันก็มีทางเลือกอยู่นะว่าจะไปเดินซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ Index Living Mall บางคนก็พุ่งตัวไปเลย IKEA ซึ่งนี่ก็เปรียบเหมือนการมีเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อเอามาตกแต่งจัดวางตรงไหนของคอนโดก็ได้ 

ช้าก่อน...มันยังมีเรื่องที่แอดวานซ์กว่านั้น ก็คือก่อนการจัดแต่งห้อง เดี๋ยวนี้มันก็มีตัวช่วยขึ้นมาอีก พนักงานก็สามารถที่จะบริการออกแบบจัดวางเป็น 3D ให้ได้ดูตามความพึงพอใจก่อนซื้ออีก ช่างดีอะไรปานนี้ และนี่ก็เป็นคุณสมบัติเดียวกันเครื่องมือที่มีให้เราเลือกใช้กันบนเว็บ ที่มักจะเรียกว่า Visual design หรือ Front-End design ของแบบนี้อาจจะต้องเสียเงินกันนิดหน่อยแลกกับประโยชน์ที่มากกว่า

เอาล่ะ...มาเริ่มตัวดูกันว่าเครื่องมือส่วนเสริมอะไรบ้างที่โค้ชอยากจะแนะนำ และอยากประสบการณ์ก็ต้องบอกเลยว่า "ของเขาดีจริงๆ"
 

1. Page Builder by SiteOrigin

สำหรับคนที่ชอบของฟรี โค้ชต้องบอกเลยว่าถูกใจปลั๊กอินเสริมตัวนี้อย่างแน่นอน เพราะนี่เป็นเครื่องมือส่วนเสริมที่จะทำให้คุณสามารถแบ่งหน้าเว็บออกเป็นส่วนๆ หรือที่มักเรียกกันว่า Grid และนำชิ้นส่วนต่างๆ ไปวางให้ได้ตามใจ และที่สำคัญที่สุดมัน FREE 100% แบบว่าเห้ย! ของฟรีก็มีบนโลกนะนี่ อย่างน้อยก็ตอนนี้นะมันยังฟรีอยู่ เครื่องมือออกแบบมาให้รองรับการใช้งานแบบ drag & drop หรือชื่อไทยๆ ก็ลากวาง อยากจะเอาชิ้นส่วนไหนไปวางตรงไหนก็เอาเลย 

เครื่องมือตัวนี้ทำงานกับระบบ WordPress ได้เป็นอย่างดี น่าตาอาจจะไม่สวยเว่อร์วังอลังการอะไรนัก แต่รับรองว่าทำงานได้ดีที่เดียว ก็นะของฟรีมันก็ดีแค่ไหนแล้วนะ 

ลืมบอกไปอีกอย่างว่าคนใช้เยอะมากเลยครับ จึงมั่นใจได้ว่ามันจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนาน ไม่เหมือนเครื่องมือที่ไม่ได้รับความนิยมอื่นๆ ที่มาแล้วหายไป ถ้าเผลอไปเลือกมาใช้แล้วเราจะทำไงต่อล่ะ  จะใช้อะไรก็ต้องดูความนิยมด้วยนะ

คุณภาพ:  4.5 ดาว
ราคา:  ฟรี




 

2. Live Composer

เครื่องน้องใหม่ไฟแรง เน้นคุณสมบัติการใช้งานแบบลากวาง ลากวาง หน้าตาออกแบบมาสวยงามเลยที่เดียว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำเว็บที่ต้องการเครื่องมือที่สวยงาม ไม่ใช่แค่หน้าเว็บสวยงาม ฟีเจอรพื้นฐานจัดมาให้อย่างครบถ้วนไม่ต่างจาก Page Builder แต่ข้อเสียเล็กน้อยของเครื่องมือเสริมตัวนี้ มันอาจจะไม่เข้ากันได้ดีกับทุกะธีมที่เราเลือกใช้ ดังนั้นอาจจะต้องลองเล่นมันสักหน่อยเผื่อว่าจะหาธีม WordPress ที่เข้ากันมันได้ดี แล้วต่อไปก็จะทำอะไรยังไงกับหน้าเพจก็ได้ตามใจ 

ถ้านึกภาพกันไม่ออกว่ามันจะทำงานยังไง ก็ลองดูคลิปวีดีโอแนะนำ Live Composer กันดูเองเลย มันเจ๋งสุดๆ ไปเลย!

เนื่องจากเครื่องนี้ตัวนี้ค่อนข้างออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย น่าตาสวยงาม ผู้พัฒนาก็อยากหารายไได้อยู่บ้างจึงมีการขายฟีเจอร์อื่นๆ เพิ่มเติมให้เลือกใช้เลือกหากันได้ ถึงจะยังมีไม่มากนักแต่ดูจากความง่ายแล้ว คงได้รับความนิยมในอีกไม่นาน

คุณภาพ:  4.5 ดาว
ราคา:  ฟรี (ซื้อส่วนเสริมเเพิ่มเติ่ม)

 




 

3. Visual Composer

หนึ่งในสุดยอดเครื่องมือเสริม ด้านการจัดการหน้าเพจแบบครบวงจรที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดมายาวนาน แต่ข้อเสียอย่างเดียวก็คือ มันไม่ฟรีนั่นเอง 

อยากได้ของดีก็ต้องลงทุนกันหน่อย เรื่องคุณสมบัติก็ไม่ต้องพูดถึง ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมีการอัพเดทตลอดเวลา แต่ก็ใช่ว่ามันจะมาครบทุกอย่างด้วยการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียว เพราะผู้พัฒนาก็แบ่งส่วนคุณสมบัติต่างๆ ออกขายแยกกัน ทำให้เราอาจจะต้องจ่ายเงินหลายรอบเพื่อซื้อและใช้ฟีเจอร์บางตัว ทั้งนี้หากได้ลองใช้เครื่องมือนี้จนคล่องแล้ว โค้ชต้องขอบอกเลยว่า "ติดใจ" มันเสกได้แทบทุกอย่างจริงๆ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของงไอเดียล้วนๆ

อ้อ...เครื่องมือตัวนี้ไม่ได้เน้น ลากวางมากนัก แต่เชื่อเถอะว่ามันทำงานได้ดีแบบไม่ต้องลากวางก็ได้ เพราะบางทีการลากวางมาเกินไป มันก็ดูจะเด็กๆ ไปหน่อย ยังไงก็รับรองได้ว่า Visual Composer ไม่ทำให้คุณผิดหวังที่เสียเงิน (โค้ชไม่ได้ค่าแนะนำใดๆ บอกไว้ก่อนเลย)

คุณภาพ:  5 ดาว
ราคา:  USD 34 (1,200 บาท) ไม่รวมส่วนเสริมอื่นๆ




ชีวิตก็ไม่ได้หมดหนทางไปซะทีเดียว ยังมีคนที่ประสบปัญหาและแบ่งปันวิธีเครื่องมือการแก้ปัญหาให้กับเรา เพียงแต่เครื่องมือใหม่ๆ มันอาจจะต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ฝึกฝนกันหน่อย พอใช้งานเป็นแล้วรับรองว่าเราจะสร้างอะไรคูลๆ ได้อีกมากมายได้ด้วย WordPress แบบไม่ต้องทุ่มทุนสร้างจ้างนักเขียนเว็บแพงๆ หรือถ้าคุณมีเงินมากพอจะจ่ายและไม่อยากเสียเวลาทำเองก็จ้างเลยครับ อย่างไรก็ตามโค้ชก็มีอีกแนวทางสำหรับคนที่สนใจเรียนการปรับแต่งเว็บไซต์ WordPress ด้วยเครื่องมือพวกนี้แบบเร่งรัด ทำเป็นแบบมืออาชีพได้ในวันเดียว แนะนำหลักสูตร "ปรับแต่งเว็บ WORDPRESS ให้สวยดั่งใจ" แล้วจะรู้ว่าชีวิตนี่มันง่ายขึ้นอีกเยอะเลย